Site Loader
อนิเมะ

อนิเมะ ภาพยนตร์แอนิเมชัน

          อนิเมะ ‘กระแสนิยม’ ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น จริงๆแล้วการปรากฏ ‘อนิเมะ บูม’ หรือความโด่งดัง ในวงกว้างจนถึงพินิจได้ของอนิเมะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย นับจากช่วงหลังสงครามโลกเป็นต้นมา เมื่อญี่ปุ่นพลิกฟื้นจากสถานะของ ‘ประเทศแพ้การทำศึก’ เปลี่ยนมาเป็นเศรษฐีใหม่ได้อย่างเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เทคโนโลยีตะวันตก อย่าง ‘ทีวี’ ที่มีส่วนสำคัญสำหรับการสนับสนุนให้อนิเมะ ได้รับความนิยมไปทั้งประเทศ  การ์ตูนออนไลน์ คลิก  อนิเมะ

 

อนิเมะ

อนิเมะสมัยสงครามโลก

การอิสระทางด้านวัฒนธรรมเรียนของญี่ปุ่น อธิบายว่า “ จริงๆอนิเมะมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกแล้ว แต่ว่ายังไม่ใช่เป็นสื่อกระแสหลักเสมือนในตอนนี้ ที่พอเพียงมังงะ (หนังสือการ์ตูน) ดังและจากนั้นก็จะทำอนิเมะตามออกมาด้วย อดีตยังไม่มีคอนเซปต์นี้ จนกระทั่งช่วงหลังสงครามโลกสมัย 60-80 ที่ประเทศญี่ปุ่นสร้างความแปลกประหลาดผ่านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ บวกกับการมีเทคโนโลยีตะวันตกที่รับมาใช้กว่า 10-20 ปี

ญี่ปุ่นก็เลยเริ่มหันมาผลิตอนิเมะกันมากขึ้นเรื่อยๆ”ตัวอย่างของ ‘อนิเมะ บูม’ ก็อย่างเช่น ในยุค 1960-1970 ที่อนิเมะแนวดิสโทเปีย (ที่มักเล่าเรื่องสังคมเหนือจริงอันหดหู่เศร้าสร้อย) อย่าง Big X, Princess Knight, Tetsujin 28-go, Cyborg 009 รวมทั้ง Mazinger Z กำลังอยู่ในกระแสความนิยมของชาวญี่ปุ่น โดยยิ่งไปกว่านั้น Astro Boy ผลงานชิ้นโบแดงของ ‘บิดาแห่งการ์ตูนประเทศญี่ปุ่นสมัยใหม่’ เทซึกะ โอซามุ

ซึ่งเป็นอนิเมะเรื่องแรกๆที่ถูกส่งออกไกลถึงสหรัฐฯผ่านการออกอากาศทางช่อง NBC จนถึงเกิดปรากฏการณ์ อนิเมะ บูม หนแรกในปี 1963 แล้วก็นับเป็นจุดกำเนิดการบรรลุผลของ ‘อุตสาหกรรมการ์ตูนประเทศญี่ปุ่น’ ในเวลาต่อมาต่อมาคือช่วงยุค 1980-1990 ที่อาจนับว่าเป็น ‘ยุคทองของอนิเมะ’ ก็ว่าได้ เพราะว่าญี่ปุ่นใช้สื่อกลุ่มนี้เป็นวัฒนธรรมส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ จนทำให้ประเทศอื่นๆในแถบเอเชีย ‘เสพติด’ อนิเมะกันอย่างคุ้มคลั่ง ไม่ว่าจะเป็น Dragon Ball, Sailor Moon, Gundam, Tiger Mask, Saint Seiya, Fist of the North Star อื่นๆอีกมากมาย

“แรกประเทศญี่ปุ่นยึดเอเชียก่อน เพราะฐานเศรษฐกิจของเขาอยู่ในประเทศแถบนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีการลงทุนตั้งบริษัทแล้วก็โรงงานในหลายประเทศ ซึ่งมาพร้อมกับวัฒนธรรมต่างๆดังเช่น ห้องอาหาร, คาราโอเกะ แล้วก็สื่อสำราญใจ กระแสอนิเมะดังๆในบ้านเราอย่าง Dragon Ball หรือ Sailor Moon ก็เลยยังไปไม่ถึงประเทศตะวันตกมากเท่าไรนัก แต่สิ่งที่ทำให้ไปถึงได้ก็คือ ‘อินเทอร์เน็ต’ นี่แหละ”

อนิเมะช่วงปลายสมัย 1990-2000 เป็นต้นมา ก็เลยสามารถบุกทำตลาดตะวันตก-โดยเฉพาะสหรัฐฯ-ไปพร้อมๆกับตลาดทวีปเอเชียได้ โดยพิจารณาจากการ์ตูนดังๆในรุ่นนี้อย่าง One Piece, Naruto, Pokémon, Bleach หรือ Death Note ที่สร้างกระแสดังในระดับนานาชาติได้ง่ายๆนัก

การ์ตูนอะนิเมะมากมายหลายแนว

แนวสำหรับบทความหลักในพวกนี้ ดู แนว การ์ตูนอะนิเมะมีอยู่หลายแนว เช่นเดียวกับภาพยนตร์ เป็นต้นว่า แอคชัน, เสี่ยงภัย, เรื่องสำหรับเด็ก, ตลกโปกฮา, โศกนาฏกรรม , แฟนตาซี, สยองขวัญ, ฮาเรม ,โรแมนติก แล้วก็อะนิเมะนิยายวิทยาศาสตร์ จำนวนมากจะมีเนื้อหาจากแนวอะนิเมะมากยิ่งกว่าหนึ่งแนว และอาจมีสารัตถะมากยิ่งกว่าหนึ่งสารัตถะ ทำให้การจัดแบ่งอะนิเมะเป็นไปได้ยาก คือเรื่องธรรดาที่ อะนิเมะแนวแอคชัน ส่วนมากจะแทรกสอดด้วยรายละเอียดแนวตลก และก็อาจมีการวิพากษ์วิจารณ์ สังคมผสมอยู่ด้วย ในทำนองเดียวกันอะนิเมะแนวรักโรแมนติก หลายเรื่องก็มีฉากต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ไม่แพ้อะนิเมะแนวแอคชันเลยแนว

ซึ่งสามารถพบได้เพียงแค่ในอะนิเมะแล้วก็มังงะดังเช่นว่า (สำหรับแนวอื่นๆดูรายชื่อแนวภาพยนตร์)บิโชโจะ: (ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เด็กหญิงดูดี”) อะนิเมะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กหญิงหน้าตาสวยสดงดงาม เป็นต้นว่า เมจิกไนท์เรย์เอิร์ทบิโชเน็น: (ภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “หนุ่มน้อยสวย”) อะนิเมะที่มีตัวละครหลักเป็นเด็กวัยหนุ่มใบหน้ารูปหล่อและก็ท่าทางสง่างาม อาทิเช่น ฟูชิกิยูกิเอดชิ: มีรากมาจากตัวหนังสือ “H” ในภาษาประเทศญี่ปุ่นหมายว่า “ทะลึ่ง”

อะนิเมะในแนวนี้จะมีมุขตลกทะลึ่งแบบคนแก่ และก็มีภาพวาบหวามแต่ว่าไม่เข้าข่ายอนาจารเป็นจุดขาย ดังเช่นว่า ติดอยู่โนค่อน จิ้งจอกสาวสุดจี๊ดเฮ็นไต: (ภาษาญี่ปุ่นแสดงว่า “เปลี่ยนไปจากปกติ ในด้านจิตใจ” หรือ “พิสดาร”) เป็นคำที่ใช้นอกญี่ปุ่นสำหรับเรียกอะนิเมะที่จัดได้ว่าเป็นสื่อลามก

ในประเทศประเทศญี่ปุ่นเรียกอะนิเมะจำพวกนี้ว่า 18禁アニメ (อ่านว่า “จูฮาจิคินอะนิเมะ”; อะนิเมะสำหรับคนแก่แก่กว่า 18 ปี) หรือ エロアニメ (อ่านว่า “เอะโระอะนิเมะ”; มาจาก “erotic anime” แสดงว่า “อะนิเมะที่กระตุ้นความปรารถนาทางเพศ) เป็นต้นว่า ลาบลูเกิร์ล)อะนิเมะสำหรับเด็ก: มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กปฐมวัย ดังเช่นว่า โดราเอมอน, นารูโตะนินจาจอมเวทมนตร์คาถา

โชเน็น: อะนิเมะที่มีกังวลจุดหมายเป็นเด็กผู้ชาย ดังเช่น ดราก้อนบอล โชโจะ: อะนิเมะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กสาว ตัวอย่างเช่น เซเลอร์มูนเซเน็น: อะนิเมะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นชาย ช่วงปลายถึงเพศชายอายุราวๆ 20 ปี ตัวอย่างเช่น โอ้! มายก็อดเดส โจะเซ: (ภาษาญี่ปุ่นหมายคือ “สตรีอายุน้อย”)

 

เด็กสาวที่มีพลังวิเศษ

อะนิเมะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นหญิงอายุราวๆ 20 ปี อย่างเช่น นานะมาโฮะโชโจ: แนวย่อยหนึ่งของอะนิเมะแนวโชโจะ มีตัวละครหลักเป็นเด็กสาวที่มีพลังวิเศษอย่างไดอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น การ์ดแคปเตอร์ซากุระมาโฮะโชเน็น: ราวกับแนวสาวน้อยมนตร์ แต่ว่าตัวเอกเป็นผู้ชาย อาทิเช่น ดี.เอ็น.แองเจิล โชโจะไอ/ยุริ: อะนิเมะเน้นย้ำความรักร่วมประเวณีระหว่างสตรี ดังเช่น สตรอคอยเบอรีพานิก โชเน็นไอ/ยะโอะอิ: อะนิเมะเน้นย้ำความรักร่วมประเวณี ระหว่างเพศชาย เช่น เลิฟเลส

สำรวจการเกิด Anime Boom : ทำไม ‘อนิเมะประเทศญี่ปุ่น’ จึงอยู่ยั้งยืนยงมีเหตุที่เกิดจากอนิเมะล้นหลาม ไล่มาตั้งแต่ตอนปี 2017 เมื่อฝูงชนจำนวนหนึ่งนัดรวมตัวกัน ‘วิ่งน้อมตัวไปด้านหน้า พร้อมกับดูหมิ่นเหยียดหยามแขนไปด้านหลัง’ เลียนแบบท่าวิ่งจากอนิเมะ ‘นินจาอาคมโอ้โฮเฮะ’ หรือ Naruto

จนกระทั่งกำเนิดเป็นแฟลชม็อบ Naruto Run ที่จัดขึ้นทั่วทั้งโลก ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่ต้องห้ามอย่างฐานทัพอากาศ Area 51 ที่มีคนเคยแอบเข้าไปวิ่งมาแล้ว ซึ่งในประเทศไทย ก็มีนักเรียนรู้ธรรมศาสตร์จัดกิจกรรมนี้หน้าอาคารกิจกรรมของมหาวิทยาลัยด้วยเหมือนกันจริงๆแล้ว ในบ้านพวกเราก็มีปรากฏการณ์ที่ได้รับแรงจูงใจจากอนิเมะให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

โดยเฉพาะในปี 2020 ที่มีการใช้เพลงประกอบจาก ‘หมูแฮมทาโร่ กลุ่มจิ๋วผจญภัย’ หรือ Hamtaro Gang มาดัดแปลงเนื้อเพื่อประกอบกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางด้านการเมือง เป็นเนื้อร้องว่า “เอ้า ออกมาวิ่ง วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่ ตื่นออกมาจากรัง วิ่งนะวิ่งนะหมูแฮมทาโร่ ของอร่อยที่สุดก็คือ ภาษีประชากร” เพื่อเสียดสีรวมทั้งบีบคั้นให้รัฐบาล

ซึ่งนับเป็นความสร้างสรรค์หนึ่ง ที่เกิดจากคนรุ่นใหม่สำหรับในการแสดงออกด้านการเมืองหรือในปีเดียวกัน ที่นักร้อง พี สะเดิด ปลดปล่อยเพลง ‘เขาเรียกผมว่าเอเรน’ ภายหลังจากมีคนเทียบว่าหน้าตาของเขาคล้ายกับตัวละคร เอเรน เยเกอร์ จาก ‘ผ่าพิภพไททัน’ หรือ Attack on Titan เขาจึงเขียนเพลงนี้ตามคำมั่นสัญญา

เมื่อมีคนติดตามในทวิตเตอร์เกิน 1,000 คน แล้วก็ทำยอดทิวทัศน์หลักล้านได้ภายใน 6 ชั่วโมงเพียงแค่นั้นในเดือนมีนาคม 2021 ก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวสารดังเมื่อฝ่ายปกครองสถานที่เรียนแห่งหนึ่งสั่งห้ามเด็กในโรงเรียนใส่เสื้อปกคลุมจาก ‘ดาบพิฆาตอสูร’ หรือ Demon Slayer เนื่องจากว่าเห็นว่าเป็น ‘เสื้อแฟชั่น’ มากยิ่งกว่า ‘เสื้อกันหนาว’

จนกระทั่งกลายเป็นข้อโต้แย้ง เป็นอย่างมากในโลกอินเทอร์เน็ต ถึงหัวข้อสิทธิเสรีภาพและการแสดงออกทางตัวตนของเด็ก และนำมาซึ่งการทำให้อนิเมะ ที่ดังมากมายๆในหมู่เยาวชน มีชื่อเสียงในกรุ๊ปคนแก่มากขึ้นไปโดยปริยายจะเห็นได้ว่า อนิเมะไม่เพียงให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ใจกับผู้ชมเท่านั้น แม้กระนั้นยังให้แรงจูงใจบางสิ่งบางอย่างในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน ซึ่งในแต่ละช่วงวัยก็มี ‘อนิเมะตามกระแสนิยม’ ที่นานับประการ

กลับสู่หน้าหลัก

Post Author: savecyber

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *